วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556


โครงการออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์

ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี

บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


       ในบทนี้จะกล่าวถึงข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายเสื่อกก ซึ่งจะรวมไปถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับเสื่อกกและปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเสื่อกกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับปัจจัยและข้อจำกัดต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งนี้เป็นแนวทางในการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เสื่อกกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เสื่อจันทบูรบ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี ที่มีความเหมาะสมและใช้งานได้จริงโดยลดต้นทุนให้กับผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเสื่อกกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เสื่อจันทบูรบ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยเนื้อหาดังนี้
1.       ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสื่อกกและสินค้า OTOP ในปัจจุบัน
2.       การออกแบบบรรจุภัณฑ์
3.       งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสื่อกกและสินค้า OTOP ในปัจจุบัน
          ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสื่อกก ประกอบไปด้วยแหล่งที่มาและความสำคัญของผลิตภัณฑ์เสื่อกกที่ใช้ในโอกาสต่างๆของกลุ่มชาวบ้านในท้องถิ่น ที่มีการผลิตเสื่อกกสำหรับการใช้สอยและภาวะการตลาดโดยทั่วไปและข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้า Otop ในปัจจุบัน

          1.1 แหล่งที่มาของเสื่อกก
          เสื่อกกที่เราเห็นและใช้กันในประเทศทุกวันนี้ มีกระบวนการผลิตโดยการทอมือเป็นส่วนใหญ่เมื่อมีโอกาสพิเศษที่จะใช้ในการตกแต่งสถานที่หรือไว้สำหรับต้อนรับแขกพิเศษก็จะเลือกใช้ลวดลายที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยและตกแต่งสถานที่โดยการใช้เสื่อกกแปรรูปเป็น ที่รองจาน ที่รองแก้วและกล่องกระดาษชำระ  การจำแนกถึงแหล่งที่มาของเสื่อกกทำให้ครอบคลุมความหมายและลักษณะของตัวเสื่อกก ซึ่งเป็นรายละเอียดของเนื้อหาที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้เห็นถึงเรื่องราวของผืนเสื่ออันเป็นคุณค่าภายในที่แฝงอยู่ภายใต้ลักษณะทางกายภาพภายนอกที่เป็นรูปแบบและสีสันของเสื่อแต่ละประเภท

1.2 เสื่อกก
เสื่อกก ถือเป็นงานหัตถกรรมที่มีความสำคัญและมีคุณค่ามาก เป็นผลงานที่เกิดจากความตั้งใจของผู้ทอที่แฝงไว้ด้วยความหมายแห่งศิลปะและจินตนาการ สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และความผูกพันระหว่างธรรมชาติกับวิถีชีวิตของคนไทยในแต่ละภาคของประเทศ ณ วันนี้ เสื่อกกของไทยจึงมิใช่เป็นเพียงตำนานที่เล่าขาน แต่ลำต้นของกกทุกต้นที่สอดสานจนเกิดเป็นลวดลายแห่งศิลปะบนผืนเสื่อ คือ มรดกอันล้ำค่าแห่งภูมิปัญญาของบรรพชนไทยที่อนุชนคนรุ่นหลังควรร่วมมือร่วมใจกันส่งเสริมสืบสาน และอนุรักษ์
ต้นกกทุกต้นเป็นเสมือนเส้นใยที่มาจากธรรมชาติซึ่งมีความเงามันงดงามอยู่ในตัวเอง กระบวนการผลิตถักทอใช้เวลานาน กว่าจะได้ต้นกกที่มีคุณภาพ นำมาย้อมสีโดยใช้วัสดุธรรมชาติ การออกแบบลวดลายประณีต การผลิตด้วยวิธีการแบบโบราณ เช่น การทอมือ ดังนั้นเสื่อกกที่ได้จึงมีลักษณะและคุณสมบัติพิเศษ มีความโดดเด่นเส้นดูเหนียวเงางามและมีลวดลายที่งดงามจึงสามารถนำไปแปรรูปเป็นของใช้ต่างได้ เช่น ที่รองแก้ว ที่รองจาน กระเป๋าสตรี รองเท้า ที่รองนั่งและหมอน เป็นต้น

1.3 ประเภทของเสื่อกก
กก เป็นหญ้าชนิดหนึ่งมี 2 ชนิด คือ
     1.3.1 กกพื้นเมือง ตามภาษาพื้นเมืองเรียกว่า กกเหลี่ยมหรือ ผือนา ที่เรียกเช่นนี้เพราะลักษณะลำต้นเป็นเหลี่ยมสามเหลี่ยมผิดกว่าต้นหญ้าธรรมดา ผิวของกกเหลี่ยมแข็งกรอบและไม่เหนียว เมื่อนำมาทอเป็นผืนเสื่อแล้วขัดไม่เป็นเงาเฉพาะอย่างยิ่งใช้ไม่ทนทาน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีผู้นิยมใช้กกชนิดนี้มาทำเป็นเสื่อมากนัก 
     1.3.2 กกพันธุ์ลังกา  ภาษาพื้นเมือง  เรียกว่า  กกกลม”  หรือ  ไหล”  ที่เรียกเช่นนี้ เนื่องจากลำต้นของมันกลม  ผิวอ่อนนุ่ม  เหนียว  ไม่กรอบ  เมื่อนำมาทอเป็นเสื่อแล้วนิ่มนวลน่าใช้  ขัดถูก็เป็นมันน่าดู  จึงมีผู้ใช้กกกลมมาทอเสื่อกันมาก

1.4 การเก็บรักษาเสื่อกก
เสื่อกกจะเก็บรักษาไว้ในลักษณะของของเก่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมคุณลักษณะของเสื่อกกไว้ศึกษานั้น ผู้เก็บรักษาจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องการดูแลรักษาจะทำให้สามารถยืดอายุของเสื่อกกไว้ได้เป็นเวลานาน ข้อสำคัญบางประการที่ควรระมัดระวัง คือ
       1.4.1 แสงแดด ควรเก็บเสื่อกกไว้ในตู้หรือที่ร่มไม่ควรให้โดนแสงแดดเป็นเวลานานๆ จะทำให้เสื่อกกสีซีดและต้นกกเปื่อยยุ่ยได้
       1.4.2 แมลง เสื่อกกที่เก็บไว้เป็นเวลานานจะมีแมลงต่างๆรวมทั้งมด ซึ่งจะกัดกินเนื้อของเสื่อ เนื่องจากเป็นเส้นหญ้าที่ได้จากธรรมชาติซึ่งมีกลิ่น ทำให้มดได้กลิ่นและเข้าไปกัดกินทำลายเสื่อกกให้เสียหาย จึงควรใส่การบูรไว้ในตู้เพื่อไล่แมลงและมด
      1.4.3 การพับเก็บ ถ้าจะเก็บไว้เป็นเวลานาน การพับเสื่อกกไว้จะเกิดความเสียหายกับเสื่อกกได้ตามรอยพับ วิธีที่ดีที่สุดคือการม้วนเก็บไว้ และใช้ผ้าขาวม้วนทับอีกทีหนึ่ง จะทำให้เสื่อกกเก็บได้นานและมีคุณภาพดีสีไม่ซีด (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2554)

1.5 ภาวะทั่วไปของเสื่อกกและผลิตภัณฑ์เสื่อกกในไทย
การใช้ประโยชน์จากต้นกก ที่นำมาแปรรูปเป็นสิ่งของต่างๆบ่งบอกถึงรสนิยม เอกลักษณ์ความเป็นไทยและส่งเสริมหัตถกรรมภูมิปัญญาไทย
ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตเสื่อกกและผลิตภัณฑ์เสื่อกกแปรรูปที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของโลก มีแรงงานในชนบทเป็นส่วนใหญ่ เสื่อกกเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยที่ได้รับการกล่าวขวัญมายาวนานแล้วในด้านความงดงามของสีสันและลวดลาย รวมถึงการฝีมือการถักทอของคนไทยที่ได้รับการถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบันซึ่งเสื่อกกและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกกของไทยนั้น ต่างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ เสื่อกกไทยเป็นสินค้าหัตถกรรมที่มีขั้นตอนการผลิตที่ใช้แรงงานคนไทยเป็นหลัก ซึ่งเหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย สามารถสร้างงานให้กับชาวบ้าน และเป็นการเพิ่มรายได้ให้แรงงานในชนบทด้วย โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเสื่อกกและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกกสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นมูลค่าไม่น้อยต่อปี
ในปัจจุบันคนไทยให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาของชาวบ้านมากขึ้น หันมาบริโภคสินค้าไทย นิยมใช้ของไทย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่ผ่านการทอมือ โดยเฉพาะเสื่อกกซึ่งเป็นการทอพื้นเมืองที่ทอขึ้นมาจากเส้นหญ้าอันเป็นเส้นใยจากธรรมชาติ มีเทคนิคการทอลวดลายที่มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นต่างๆ มีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นการสร้างสีสันให้กับงานฝีมือของไทย เลือกซื้อหาได้ง่ายไม่แพ้กับวัสดุตกแต่งบ้านที่มีราคาแพงๆ

1.6 ภาวะทางการตลาด
ตลาดภายในประเทศไทย การจำหน่ายส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าคนกลางไปรับถึงแหล่งที่ผลิตเสื่อกก บางกลุ่มต้องจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงซื้อขาย แหล่งผลิตบางแห่งมีการจัดวางสินค้าหน้าร้านเพื่อดึงดูดสายตา และเป็นจุดสนใจให้แก่ผู้พบเห็น การตลาดภายในประเทศจึงมี 2 ลักษณะคือ ตลาดขายปลีกและตลาดขายส่ง โดยแหล่งจำหน่ายที่สำคัญของประเภทขายปลีกคือ แหล่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดสวนจตุจักร ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตลาดสำเพ็ง โบ๊เบ๊และประตูน้ำ ขณะที่แหล่งตลาดขายส่งที่สำคัญได้แก่ แหล่งผลิตสำคัญนั้นมีอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกบางจังหวัด เช่น จังหวัดจันทบุรี
ตลาดส่งออกของเสื่อกกทอมือและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเสื่อกกนั้น ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ตลาด คือตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ตลาดใหม่ ได้แก่ ออสเตรเลีย ยุโรปตะวันออกและเอเชีย
สาเหตุหนึ่งที่ผู้บริโภคในตลาดส่งออกที่สำคัญนิยมซื้อหาเสื่อกกทอมือและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเสื่อกกมากขึ้น เนื่องจากเสื่อกกมีกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมและที่สำคัญเป็นงานฝีมือที่คนทอนั้นบรรจงทอด้วยความตั้งใจ งานที่ได้จึงมีความละเอียดประณีตและงดงามด้วยสีสันและลวดลายเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการทอเสื่อกกของไทยที่ไม่เหมือนใครและสินค้าประนี้เองที่สามารถคลองตลาดต่างประเทศได้ และจากการวิเคราะห์รสนิยมของตลาดหลัก พบว่า
ประเทศญี่ปุ่น เป็นตลาดที่นิยมใช้และนำเข้าเสื่อกกและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเสื่อกกเป็นรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลกและเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไทย ชาวญี่ปุ่นจะนิยมเสื่อกกที่ลักษณะเส้นของลำต้นที่หน้าและเหนียวนุ่ม มีลวดลายแบบเรียบง่ายไม่เน้นสีสันฉูดฉาด สามารถใช้ได้ในทุกโอกาสและราคาไม่สูงมากจนเกินไป
นอกจากตลาดส่งออกหลักที่สำคัญดังกล่าว ยังมีตลาดอื่นๆอีก เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง จีนและไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพเพียงพอ ฐานะเศรษฐกิจดีและถือว่าเป็นลูกค้าประจำที่ประเทศไทยมีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าการส่งออกเสื่อกกและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเสื่อกกไปยังตลาดดังกล่าว จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โครงการออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์

ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี

บทที่ 1
บทนำ

 ความสำคัญและที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย
       ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกของไทย นอกจากจะเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยแล้ว ยังได้รับการกล่าวขานมานานในด้านความประณีตและความงดงาม รวมถึงฝีมือในการทอของคนไทยแล้ว เสื่อกกไทยยังเป็นหัตถกรรมที่มีขั้นตอนการผลิตที่ใช้แรงงานคนเป็นหลักซึ่งเหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีแรงงานเป็นจำนวนมาก กล่าวคือหัตถกรรมการผลิตเสื่อกกสามารถสร้างงานให้กับชาวบ้านและเพิ่มรายได้ให้แก่แรงงานในชนบทด้วย โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เสื่อกกและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่าเฉลี่ย 1,000 ล้านบาทต่อปี (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2554)
การทอเสื่อกกนั้นเป็นศิลปหัตถกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างสรรค์ สืบทอดกันมาเป็นเวลานานหลายปี (ศิริ ผาสุก, 2544) เป็นศิลปวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่ความภาคภูมิเป็นอย่างยิ่ง เพราะงานหัตถกรรมไทยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติทั่วโลก จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้ดำรงอยู่คู่ชาติไป
 เสื่อกกเป็นหัตถกรรมสิ่งทอที่วิวัฒนาการสืบทอดมายาวนาน เป็นศิลปะที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตครอบครัวและสังคมไทยในแต่ละภูมิภาค รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณี และพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยเส้นใยแห่งการทอกกแบบพื้นบ้าน
เสื่อกกนั้นถือว่าได้ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณค่า มีความประณีต มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและมีประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่ยาวนานของคนไทย จากการศึกษาข้อมูลและการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการพบว่า ปัจจุบันการผลิตเสื่อกกของไทยแบบดั้งเดิม ได้ถูกกลืนกินด้วยค่านิยมใหม่ๆ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยากในทุกภาคส่วนของกลุ่มการทอเสื่อกกไทย และอีกปัญหาหนึ่งของกลุ่มผู้ผลิตเสื่อกกทอมือโดยเฉพาะกลุ่มระดับล่างหรือระดับครัวเรือน ระดับหมู่บ้านแต่ละชุมชน คือเรื่องของการส่งเสริมในทุกๆด้านอย่างจริงจังดังที่เป็นปัญหาข้างต้นที่กล่าวมา ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาหนึ่งที่ประเทศชาติกำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ และประชาชนทุกระดับ ประสบปัญหาต่างๆ ปัญหาหนึ่งที่ประชาชนระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศถูกรุมเร้าคือ ปัญหาความยากจน รัฐบาลได้จัดให้มีโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แต่ละชุมชนได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาสินค้า โดยรัฐพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในด้านความรู้สมัยใหม่ และการบริหารการจัดการเพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยระบบร้านค้าและอินเตอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการพัฒนาท้องถิ่น สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้และให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ด้วยการนำทรัพยากร ภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่ม เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ปัญหาบ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง ความสับสนวุ่นวายและเกิดการแตกแยกในความคิดของคนในสังคมอย่างมากมาย จนเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งแยกทางความคิด ลุกลามไปถึงถึงการกระทำ ทำให้สังคมไทยเกิดความวุ่นวายปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลทำให้ทุกภาคส่วนของไทยที่กำลังเดินหน้า ได้หยุดชะงักลงทันที ทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว รวมถึงเศรษฐกิจของชุมชนในกลุ่มของการทอเสื่อกกด้วย
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรม หรือที่เรียกย่อๆ ว่า สมอ. ได้มีโครงการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อรองรับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือระดับพื้นบ้านที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการที่สำคัญคือ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้รับการรับรองและแสดงเครื่องหมายการรับรอง เพื่อส่งเสริมด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นให้มีการพัฒนาแบบยั่งยืน อีกทั้งสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหาการว่างงานในชุมชน โดยมุ่งให้ความสำคัญของการนำภูมิปัญญาชาวบ้าน และทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สร้างงาน สร้างรายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้  (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, 2549)
การสืบทอดทางวัฒนธรรมหรือการถ่ายทอดทางด้านศิลปะการทอเสื่อของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีส่วนใหญ่พบว่า มาจากผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ คุณกนกกร พลกิจ เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี ได้มีแนวความคิดในการนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้การทอเสื่อจากครอบครัวและพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์มาเรื่อยๆ โดยการรวมตัวกันในหมู่ญาติพี่น้อง ขยายขึ้นมาเป็นชุมชน จนกระทั่งการสืบทอดจากญาติผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุค่อยๆ หายไป เนื่องจากกลุ่มวิสาหกิจนี้ได้รับการเรียนรู้มาจากผู้สูงอายุจึงทำให้เกิดการเรียนรู้แบบบอกต่ออย่างเดียว ไม่มีการแปรรูปและพัฒนาสินค้า จึงทำให้สินค้าไม่มีความหลากหลายและไม่เป็นที่โดดเด่นในท้องตลาด
สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี คือ ขาดการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการออกแบบหรือคิดค้นการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมทั้งการแสวงหาตลาดสำหรับสินค้าที่กว้างกว่าเดิม และขาดการรวมกลุ่มของผู้ทอเสื่ออีกทั้งการสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำให้เกิดการผลิตหรือการวางแผนการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน อีกทั้งขาดอำนาจการต่อรองหรือกำหนดทิศทางในเรื่องของการจำหน่าย ในเรื่องของช่องทางการจำหน่ายพบว่า มีการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง หน่วยงานของทางราชการ เช่นพัฒนากรอำเภอก็ให้ความช่วยเหลืออยู่บ้าง ในรูปของการช่วยรับซื้อเพื่อการไปจำหน่ายต่อ แต่ไม่มีแนวทางการช่วยเหลือในรูปแบบที่ยั่งยืนในระยะยาว (มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2544 : 117-118)
          จากสภาพปัญหาดังกล่าวพบว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี
ขาดความรู้ในเรื่องของการจำหน่ายสินค้า การวางแผน และที่สำคัญคือเรื่องของกระบวนการในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยตนเอง ชาวบ้านที่ผลิตและขายเสื่อกกทอมือในระดับชุมชน จำเป็นต้องมีบรรจุภัณฑ์เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในท้องตลาด หรือไม่ก็ต้องทอเสื่อส่งให้กับพ่อค้ารายใหญ่ ไปทำตราสินค้าเองและขายได้กำไรโดยไม่ต้องลงมือทอเอง กลุ่มทอเสื่อเองบางทีก็ถูกกดราคาจากกลุ่มผู้มีเงินลงทุนสูง
          ดังนั้นผู้วิจัยเห็นว่าหากมีการศึกษารูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี และสามารถสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์เสื่อกกและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกกให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดทั้งระดับล่าง ระดับกลางและระดับสูงได้ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางหรือนักลงทุนที่มีต้นทุนสูง หากพัฒนาได้ผลชัดเจน และยังสามารถนำไปมาตรฐานสากลได้และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์และภูมิปัญญาในท้องถิ่นด้วย
          งานวิจัยนี้มุ่งเน้นที่จะสร้างและพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาในท้องถิ่นมิให้สูญหายไป และซึ่งต่อไปชาวบ้านใน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร สามารถนำเอาแนวทางในการออกแบบบรรจุภัณฑ์นี้ไปพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับสินค้าเสื่อและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกกต่อไป

 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
          1. เพื่อออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี
          2. เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556


แบบสรุปผลการสัมภาษณ์และผลการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น
โครงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร

บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี
1.ข้อมูลพื้นฐานของผู้ประกอบการ
   ชื่อ/กลุ่ม/ผู้ให้สัมภาษณ์  คุณกนกกร พลกิจ เป็นประธานกลุ่ม
ชื่อ-สกุล ผู้ประกอบการ
ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร   อีเมล E-mail -/Website
คุณกนกกร พลกิจ เป็นประธานกลุ่ม
ที่อยู่: เลขที่ 28/2 หมู่ที่ 10
ซอย -  ถนน - ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี 22000
เบอร์โทรศัพท์ 087-0770128
ประเภทสินค้า
สถานะของผลิตภัณฑ์
(น้ำ-แข็ง-นุ่ม-มีอายุ)
งานหัตถกรรม สิ่งทอ
นุ่มและมีอายุ

วิธีการจัด-วางจำหน่าย-จัดตั้งแสดงสินค้า ณ จุดขาย
วางจำหน่ายบนโต๊ะรวมกัน วางในตู้กระจกที่มีขั้นวาง
ความดี-สรรพคุณ-วิธีใช้ผลิตภัณฑ์
ใช้ในการวางเพื่อรองบนพื้นเพื่อไม่ให้ของใช้ของเราเกิดความสกปรก
ข้อมูลทั่วไป ประวัติ
ข้อมูลการผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์
ต้นกก เป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ทุกพื้นที่ที่มีน้ำขัง ภาคไหนก็สามารถปลูกและนำมาทอเป็นเสื่อกกได้ แต่เมื่อพูดถึงความสวยงามและทนทาน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเสื่อจันทบูร อาจเป็นเพราะกกเมืองจันท์ขึ้นในน้ำกร่อย ดินเปรี้ยว ทำให้เส้นกกเหนียวไม่เปราะ  วิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร เกิดขึ้นโดยเริ่มจากกคนในครอบครัวเกิดความคิดอยากหันกลับมาอนุรักษ์งานสานเสื่อกกให้ตกทอดถึงคนรุ่นหลัง จึงรวมตัวกันในหมู่ญาติพี่น้องราว 10 คน เริ่มต้นก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม ก่อนนำผลงานไปขึ้นทะเบียนและคัดสรรโอทอป ปีแรกได้มา 4 ดาวหลังจากทอเสื่อเป็นผืนธรรมดา อยู่ได้ไม่นาน ประธานวิสาหกิจฯ ท่านนี้ เกิดความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตน ด้วยการเพิ่มลวดลายและแปรรูป เป็นข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ เช่น กล่องใส่ทิชชู รองเท้าแตะ หมอนสามเหลี่ยม-สี่เหลี่ยม ฯลฯทำให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้น มีพ่อค้าคนกลางรับไปขายไกลถึงประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว งานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรีนี้มักทำตามออเดอร์ ส่วนขายปลีกมีบ้าง โดยการออกบู๊ธตามงานโอทอปที่กรมการพัฒนาชุมชนเชิญไป โดยประธานจะรับหน้าที่ไปประจำบู๊ธติดต่อกับลูกค้าในโอกาสต่างๆ ส่วนแรงงานจำนวนกว่า 20 ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อาวุโส อายุเฉลี่ยอยู่ในราว 50-70 ปี รับหน้าที่เป็นฝ่ายผลิตอยู่ประจำพื้นที่ ถามถึงรายรับ ประธานกลุ่มท่านเดิมบอก ว่าทำมา 8 ปี มีรายรับเฉลี่ยเดือนละ 3,000-4,000 บาท ต่อเดือน ทั้ง 20 คน และเนื่องจากเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ทางกลุ่มฯจึงยังไม่บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูรอย่างชัดเจน

2. ข้อมูลการตลาดของสินค้า
 2.1 การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และการผลิต ในปัจจุบัน
      มีร้านค้า-ที่ทำการ ชื่อ  : วิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูร บ้านเสม็ดงาม
      รับจ้างผลิต : รับจ้างผลิตตามออเดอร์
      ส่งขายต่างประเทศ : ประเทศญี่ปุ่น

  2.2 ราคาจำหน่าย
      ราคาขายปลีก 250 บาท/ชิ้น
3. สภาพปัจจุบัน/ปัญหาที่เกิดขึ้น/ความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์
3.1 สภาพปัจจุบัน/ ปัญหาที่เกิดขึ้น/อุปสรรค
เกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ราคาขายต่อหน่วย ไม่สามารถขึ้นตามได้ และป้ายประชาสัมพันธ์ที่จะทำให้ผู้คนทั่วไปรู้จักกับกลุ่มวิสาหกิจฯ บ้านเสม็ดงาม ยังมีน้อยอยู่สำรวจตามงานโอทอปเห็นกลุ่มทอเสื่อมีหลายเจ้า แต่ทางกลุ่มจะอาศัยการพลิกแพลงลวดลายและการแปรรูปไปเรื่อยๆ และที่สำคัญ ต้องเน้นความละเอียด ประณีต และทนทานเพื่อสร้างความแตกต่าง
3.2 คู่แข่งทางการค้าในพื้นที่
เนื่องจากบ้านเสม็ดงามเป็นแหล่งขึ้นชื่อในเรื่อง กก และการทอเสื่อ จึงมีการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่ในการผลิตนั้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมผลิตเฉพาะเสื่อกกเท่านั้น
          3.3 ความต้องการพัฒนา ผลิตภัณฑ์เดิม/สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่/บรรจุภัณฑ์เดิม/บรรจุภัณฑ์ใหม่
 เนื่องจากคู่แข่งในพื้นที่มีจำนวนมาก จึงอยากต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยการเพิ่มลวดลายและแปรรูป เป็นข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ เช่น กล่องใส่ทิชชู รองเท้าแตะ หมอนสามเหลี่ยม-สี่เหลี่ยม ฯลฯทำให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้นและสร้างบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นวิสาหกิจชุมชนเสื่อจันทบูรอย่างชัดเจน
บรรจุภัณฑ์ที่มอบให้ทีมงาน เพื่อทำการศึกษา วิเคราะห์ วิพากษ์  วิจารณ์ และศึกษาเป็นต้นแบบ
ลำดับที่
รายการ
รายละเอียด
จำนวน
หมายเหตุ
มี / ไม่มี
1
โครงสร้าง(Structure)
ซองพลาสติกใส
1 ซอง
ไม่มี
2
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จริง
ที่รองแก้วสีน้ำตาลเข้มมีลวดลายการทอที่สวยงามและมีรูปช้างเป็นผ้าเย็บติดที่ตรงกลางของผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย
6 ชิ้น
ไม่มี
3
แบบจำลอง
ไม่มี
-
ไม่มี
4
วัสดุภาชนะ
ไม่มี
-
ไม่มี
5
วัสดุประกอบร่วม
ไม่มี
-
ไม่มี
6
ข้อมูลกราฟิก
ไม่มี
-
ไม่มี
7
ข้อมูล-เอกสาร-แผ่นพับ-
ไม่มี
-
ไม่มี
8
ต้นแบบไฟล์อาร์ตเวิร์ค
ไม่มี
-
ไม่มี
9
ต้นแบบไฟล์ชื่อ-ตราสินค้า
ไม่มี
-
ไม่มี
10
ไฟล์ภาพประกอบ/ภาพถ่าย
ไม่มี
-
ไม่มี
11
ไฟล์เครื่องหมายสัญลักษณ์
ไม่มี
-
ไม่มี
12
ฟ้อนต์/ไฟล์แบบตัวอักษร
ไม่มี
-
ไม่มี


ชื่อผู้บันทึก  นางสาววราภรณ์  เจริญพันธ์
วันที่ 2 สิงหาคม 2556
ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์/ข้อมูล คุณกนกกร พลกิจ
วันที่ 2 สิงหาคม 2556